Command
การกำหนดค่าเกี่ยวกับคำสั่งใช้งานภายในทรัพยากรนี้
httpHandler
การกำหนดค่าการจัดการ HTTP Request เพื่ออนุญาตให้เรียกใช้คำสั่งได้จากภายนอก
httpHandler = {
enable = false,
authorization = 'Bearer <your_bearer_token>',
allowedIPs = {
-- '127.0.0.1'
}
}
- enable:
boolean- เปิดใช้งาน HTTP Handler เพื่ออนุญาตให้เรียกใช้คำสั่งจากภายนอก
- authorization:
string- การกำหนดค่าการตรวจสอบสิทธิ์ของ HTTP Request
- allowedIPs:
table<{ [index]: string }>|table<{}>- การกำหนด Public IP ที่อนุญาตให้เข้าถึง
- ⚠️ หากไม่มีการกำหนด IP ระบบจะอ้างอิงสิทธิ์การเข้าถึงจาก
authorizationเท่านั้น
- ⚠️ หากไม่มีการกำหนด IP ระบบจะอ้างอิงสิทธิ์การเข้าถึงจาก
- การกำหนด Public IP ที่อนุญาตให้เข้าถึง
ตัวอย่างรหัสการเรียกใช้คำสั่งจากภายนอก
ตัวอย่างการเพิ่มคิวพอยท์ผู้ใช้
const axios = require('axios').default;
const options = {
method: 'POST',
url: 'https://<web_baseUrl>/azael_playpass/addPoints',
headers: {
'Content-Type': 'application/json',
Authorization: 'Bearer <your_bearer_token>'
},
data: [
'443334508020891658', // Discord ID
1000, // Num Points
30 // Expiration Days
]
};
try {
const { data } = await axios.request(options);
console.log(data);
} catch (error) {
console.error(error);
}
- ฉันจะรับ Web BaseURL ได้จากที่ใด?
- คุณสามารถรับได้ขณะที่เซิร์ฟเวอร์ออนไลน์อยู่โดยพิมพ์
web_baseUrlที่ Server Console - ตัวอย่าง:
azael-dev-bqvwqx.users.cfx.re
- คุณสามารถรับได้ขณะที่เซิร์ฟเวอร์ออนไลน์อยู่โดยพิมพ์
- ฉันจะดู API Endpoint ที่สามารถใช้งานได้จากที่ใด?
- คุณสามารถดูได้ที่ Subcommand List โดยอ้างอิงจาก Key
- Success
- Failed
{
"success": true,
"payload": {
"addPoints": 1000,
"data": {
"permanent": 1000,
"temporary": [
{
"value": 1000,
"expiry_datetime": "2026-02-01 23:42:08"
},
{
"value": 1000,
"expiry_datetime": "2026-02-01 23:42:58"
}
]
},
"prevPoints": 2000,
"identifier": "discord:443334508020891658",
"newPoints": 3000,
"expirationDays": 30
}
}
{
"success": false,
"error": {
"message": "No user found for identifier 'discord:44333450802089168'",
"type": "user_not_found"
}
}
| Code | Description |
|---|---|
400 | คำขอไม่ถูกต้อง — request body ไม่ใช่ JSON ที่ถูกต้อง หรือไม่สามารถถอดรหัสได้ |
401 | ไม่ได้รับอนุญาต — ไม่มีหรือขาด Authorization header |
403 | ถูกปฏิเสธ — Authorization ไม่ถูกต้อง หรือ IP Address ไม่ได้รับอนุญาต |
404 | ไม่พบคำสั่ง — ไม่พบ Subcommand หรือเป็นคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้เรียกผ่าน HTTP |
405 | Method ไม่ถูกต้อง — ไม่ใช่ POST |
415 | ไม่รองรับประเภทข้อมูล — Content-Type ไม่ใช่ application/json |
commandName
ชื่อคำสั่งหลักสำหรับใช้งานใน Server Console หรือ Client Console เพื่ออ้างอิงคำสั่งของทรัพยากรนี้
commandName = 'app'
- commandName:
string- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> <subCommandName> <args...>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
subCommands
รายการคำสั่งย่อย
subCommands = { ... }
getUser
คำสั่งรับข้อมูลผู้ใช้
getUser = {
name = 'getuser',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> getuser <identifier>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
addUser
คำสั่งเพิ่มข้อมูลผู้ใช้
addUser = {
name = 'adduser',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> adduser <identifier> <bindId|nil>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
deleteUser
คำสั่งลบข้อมูลผู้ใช้
deleteUser = {
name = 'deluser',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> deluser <identifier>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
getBanInfo
คำสั่งรับข้อมูลการถูกแบน
getBanInfo = {
name = 'baninfo',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> baninfo <identifier|banRefId>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
banUser
คำสั่งแบนผู้ใช้ถาวรหรือชั่วคราว
banUser = {
name = 'banuser',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> banuser <identifier> <numDays|0=permanent> <reason>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
unbanUser
คำสั่งยกเลิกแบนผู้ใช้
unbanUser = {
name = 'banuser',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> unbanuser <identifier>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
setUserRole
คำสั่งกำหนดบทบาทของผู้ใช้
setUserRole = {
name = 'setrole',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> setrole <identifier> <roleId>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
deactivateUser
คำสั่งปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ ในกรณีกำลังตรวจสอบหรือดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีของผู้ใช้อยู่ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ได้
deactivateUser = {
name = 'deactivate',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> deactivate <identifier>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
reactivateUser
คำสั่งเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้อีกครั้ง หรือ ยกเลิกสถานะการถูกระงับเมื่อผู้เล่นถูกระงับจาก inactivePlayers
reactivateUser = {
name = 'reactivate',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> reactivate <identifier>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
setNewIdentifier
คำสั่งกำหนดตัวระบุให้ผู้ใช้ใหม่
setNewIdentifier = {
name = 'setnewid',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> setnewid <identifier> <newIdentifier>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
resetBindIdentifier
คำสั่งรีเซ็ตตัวระบุที่ถูกผูกไว้ของผู้ใช้
resetBindIdentifier = {
name = 'resetbindid',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> resetbindid <identifier>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
resetHwids
คำสั่งรีเซ็ต HWIDs ของผู้ใช้
resetHwids = {
name = 'resethwids',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> resethwids <identifier>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
getPoints
คำสั่งรับข้อมูลคิวพอยท์ของผู้ใช้
getPoints = {
name = 'getpoints',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> getpoints <identifier>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
addPoints
คำสั่งเพิ่มคิวพอยท์ให้ผู้ใช้
addPoints = {
name = 'addpoints',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> addpoints <identifier> <numPoints> <expirationDays|nil>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
setPermanentPoints
คำสั่งกำหนดคิวพ้อยท์แบบไม่มีวันหมดอายุให้ผู้ใช้
setPermanentPoints = {
name = 'setpoints',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> setpoints <identifier> <numPoints>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
deleteTemporaryPoints
คำสั่งลบคิวพ้อยท์แบบมีวันหมดอายุของผู้ใช้
deleteTemporaryPoints = {
name = 'delpoints',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> delpoints <identifier> <numIndex>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
purgePoints
คำสั่งลบคิวพ้อยท์ทั้งหมดของผู้ใช้
purgePoints = {
name = 'purgepoints',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> purgepoints <identifier>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
getAirtime
คำสั่งรับแอร์ไทม์คงเหลือของผู้ใช้
getAirtime = {
name = 'getairtime',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> getairtime <identifier>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
setAirtime
คำสั่งกำหนดแอร์ไทม์ให้ผู้ใช้
setAirtime = {
name = 'setairtime',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> setairtime <identifier> <numSeconds>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
addAirtime
คำสั่งเพิ่มแอร์ไทม์ให้ผู้ใช้
addAirtime = {
name = 'addairtime',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> addairtime <identifier> <numSeconds>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
removeAirtime
คำสั่งลบ/ลดแอร์ไทม์ของผู้ใช้
removeAirtime = {
name = 'removeairtime',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> removeairtime <identifier> <numSeconds>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
clearPlayerCache
คำสั่งสำหรับล้างแคชข้อมูลผู้เล่น (ℹ️ ใช้เมื่อเกิดข้อผิดพลาด และต้องการโหลดข้อมูลผู้เล่นใหม่จากฐานข้อมูล)
clearPlayerCache = {
name = 'clearcache',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> clearcache <identifier>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
purgeQueue
คำสั่งสำหรับล้างคิวทั้งหมดที่กำลังรอเข้าร่วมกับเซิร์ฟเวอร์อยู่
purgeQueue = {
name = 'queuepurge',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> queuepurge
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
addQueueBypass
คำสั่งสำหรับเพิ่มสิทธิ์การข้ามคิวเพื่อให้ผู้เล่นสามารถเข้าเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที
addQueueBypass = {
name = 'queuebypass',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> queuebypass <identifier> <timeoutMinutes|nil>
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
หากเซิร์ฟเวอร์ไม่มี Slot ว่าง (เต็ม) ผู้เล่นจะเข้าร่วมคิวและอยู่ลำดับแรกของคิวโดยไม่สนใจ Points ใช้ในกรณีผู้เล่นหลุดออกจากเซิร์ฟแต่มี Story อยู่ และต้องการเข้าร่วมเซิร์ฟเวอร์ใหม่อีกครั้งแบบเร่งด่วน
getMyInfo
คำสั่งรับข้อมูลส่วนตัวของผู้เล่นภายในเกม (ℹ️ คำสั่งนี้สามารถใช้งานได้เพียงฝั่งไคลเอนต์เท่านั้น)
getMyInfo = {
name = 'myinfo',
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.PLAYER,
PLAYER_ROLES.VIP,
PLAYER_ROLES.STAFF,
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> myinfo
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
getQueueInfo
คำสั่งรับข้อมูลเกี่ยวกับระบบคิว
getQueueInfo = {
name = 'queueinfo',
serverOnly = false,
allowedRoles = {
PLAYER_ROLES.PLAYER,
PLAYER_ROLES.VIP,
PLAYER_ROLES.STAFF,
PLAYER_ROLES.MODERATOR,
PLAYER_ROLES.ADMIN,
PLAYER_ROLES.DEVELOPER
}
}
- name:
string- ชื่อคำสั่งย่อย
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
<commandName> queueinfo
- ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
- ชื่อคำสั่งย่อย
- serverOnly:
boolean- ใช้งานคำสั่งได้ทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- allowedRoles:
table<{ [index]: integer }>|table<{}>- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
serverOnlyเป็นtrue - PLAYER_ROLES คือข้อมูลการกำหนดค่าเกี่ยวกับบทบาทของผู้เล่น โดยอ้างอิงการกำหนดค่าจากไฟล์
./config/setup.lua
- ⚠️ ไม่สามารถใช้งานคำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์ได้ หากกำหนด
- บทบาทที่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางฝั่งไคลเอนต์